รู้จักจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิ์องค์แรกของจีน

 

 

จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิ์องค์แรกของจีน ผู้ผนวกรัฐต่างๆ 6 รัฐรวมกันเป็นดินแดนหนึ่งเดียว ผู้ปฏิรูป ผู้สร้างรากฐานและสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ ถูกขนานนามให้เป็นทั้งมหาราช และ ทรราช ในคราวเดียวกัน

 

จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินฉือหวังตี้ (Qín Shǐ Huángdì) เดิม แซ่อิ๋ง ชื่อเจิ้ง ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุ 13 ปี ปกครองรัฐฉิน เริ่มสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการปราบกบฏและรวบอำนาจบริหารราชการด้วยตัวเองรวบรวมขุนศึกและบัณฑิตมาช่วยงาน และริเริ่มวางแผนรวบอำนาจปราบรัฐทั้ง 6 โดยการแทรกซึมรัฐใกล้เคียง ส่งไส้ศึกไปบ่อนทำลายภายในจนอ่อนแอ และยกทัพไปปราบ จนสามารถผนวกทั้ง 6 รัฐมาเป็นดินแดนเดียวกันได้ และสถาปนาตัวเองเป็น ฉินสื่อหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้)

 

หลังจากที่รวบรวมรัฐต่างๆมารวมเป็นดินแดนเดียวกัน จิ๋นซีฮ่องเต้ เริ่มปฏิรูปการเมืองการปกครอง โดยการยกเลิกระบอบศักดินาปกครองรัฐ รวบอำนาจเข้ามาเป็นศุนย์กลางแบบระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็คือจิ๋นซีฮ่องเต้เป้นผู้มีสิทธิ์ขาดในการปกครอง ปรับเปลี่ยนการแบ่งภูมิภาคเป็นจังหวัด อำเภอ วางมาตรฐานการ ชั่ง ตวง วัด มาตรา ตัวอักษร ภาษาให้เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นเอกภาพ เหมือนกันทั้งหมดทั่วทั้งอาณาจักร สร้างความเจริญ ความยิ่งใหญ่และความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักร

 

ด้านหนึ่งสร้างความเจริญอีกด้านหนึ่งที่โหดร้ายของจิ่นซีฮ่องเต้ก็มีเช่นกัน เพราะความเจริญยิ่งใหญ่ของอาณาจักรนั้นถูกสร้างบนความลำบากของประชาชน ทั้งการเก็บภาษี 2 ใน 3 ของรายได้ของประชาชน กฎหมายที่บังคับใช้ก็ค่อนข้างโหดร้ายใครทำผิดก็ถูกลงโทษทั้งครอบครัว ถูกเกณฑ์แรงงานไปสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ประชาชนอยู่ด้วยความหวาดระแวง บัณฑิตนักศึกษาสำนักขงจื๊อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อจิ่นซีฮ่องเต้ผ่านคำพูดและการเขียนบทความ บทกวี ทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้เกิดความขุ่นข้อง จึงได้สั่งให้เผาทำลายตำราต่างๆ เว้นแต่ตำราการแพทย์และการเกษตรของสำนักขงจื๊อ รวมไปถึงการสั่งฝังทั้งเป็นนักศึกษา 400 กว่าคนของสำนักขงจื๊อ

 

จิ่นซีฮ่องเต้สิ้นประชนม์เนื่องจากประชวรขณะออกตรวจราชการทางใต้ เมืองซาปิง

 

อย่างที่บอกไปข้างบน จิ๋นซีฮ่องเต้ เกณฑ์กำลังแรงงานไปสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น พระราชวังอาฝางกง และสิ่งที่จิ๋นซีฮ่องเต้สร้างและอยู่มาจนถึงปัจจุบันที่เรารู้จักกันดี สิ่งนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศจีน เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก นั่นก็คือ กำแพงเมืองจีน หรือที่เรียกว่า Great Wall of China หรือ กำแพงหมื่นลี้ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก ถูกยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นสิ่งก่อสร้างที่ยาวที่สุดจากฝีมือมนุษย์ 

 

 

และสิ่งก่อสร้างที่เป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบันนั่นก็คือ สุสานจิ๋นซี ที่เมืองซีอาน ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องใช้ เครื่องประดับ โบราณวัตถุ และกองทัพรูปปั้นดินเผา ทหาร รถม้า ที่มีขนาดและรูปแบบต่างกันจำนวนมหาศาล ปัจจุบันยังขุดค้นไม่เสร็จ แต่ก็ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้วยเหตุผลดังนี้

  • เป็นตัวแทนของผลงานชิ้นเอกและการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์
  • เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  • ป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
  • มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

 

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีน ความยิ่งใหญ่ของจิ๋นซีฮ่องเต้ได้เป็นอย่างดี และถ้าอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับจิ๋นซีฮ่องเต้ให้มากกว่านี้โอกาสดีมาถึงแล้วค่ะ เพราะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้นำหุ่นทหาร รถม้า อาวุธ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และโบราณวัตถุต่าง ๆ จากสุสานจิ๋นซีมาจัดแสดงระหว่างวันที่ 15 กันยายน – 15 ธันวาคม 2562  ภายใต้ชื่อนิทรรศการ จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors)

 

 

 


ภาพประกอบ :

wikipedia.org

pixabay.com