Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

 

 

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับน้องบัว หนึ่งในนักเรียนที่เรียนภาษาจีนกับบ้านภาษาจีน และได้เข้าร่วมแคมป์ภาษาจีน NPP Chinese Camp In NTNU , Taiwan เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประสบการณ์ที่นักเรียนของเราคนนี้ได้รับจากการเดินทางไปไต้หวันครั้งนี้ ได้อะไรบ้าง มีแง่มุมไหนที่น่าสนใจ ไปติดตามกันค่ะ

 

Q: แนะนำตัวหน่อยค่ะ

A: ชื่อนางสาวสุภานิต ป่วนกระโทก ชื่อเล่นชื่อบัว อยู่ม.5 โรงเรียนพนมสารคาม”พนมอดุลวิทยา” จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

Q: ไปแคมป์ภาษาจีนเป็นครั้งแรกใช่มั้ย ทำไมถึงตัดสินใจไป รู้จักโครงการนี้มาจากไหน

A: ไปครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่ามีแคมป์นี้ จนกระทั่งเพื่อนที่เรียนอยู่ที่นี่(บ้านภาษาจีน) เค้ามาบอก แล้วเค้าชวน คราวนี้ก็เลยลองไปถามข้อมูล กับพี่นุ้ย พี่โน้สดูค่ะ เลยเห็นว่าน่าสนใจดี อีกอย่างตัวหนูเป็นคนที่ชอบภาษาจีนอยู่แล้ว ชอบดูซีรีส์จีน อยากรู้ว่าเค้าพูดอะไรกันทำให้เราอยากเรียนภาษาจีน แล้วพอมาเรียนก็ทำให้เราอยากไปใช้ประสบการณ์ชีวิตที่โน่นว่าเราจะใช้ภาษาจีนยังไง ว่าไม่มีภาษาไทยเราจะทำอะไรเป็นบ้าง เราจะคุยกับคนจีนรู้เรื่องมั้ย อะไรอย่างนี้ค่ะ

 

 

Q: ก่อนไปเตรียมตัวยังไงบ้างกับการไปต่างประเทศโดยที่ไม่มีพ่อแม่

A: ก็มีพูดคุยบ้างเรื่องของกินของใช้ เรื่องภาษาก็ไปเปิดดู ทบทวนบทเรียนที่เคยเรียนมา แล้วก็ไปถามรุ่นพี่ที่เคยไปมาว่าไปที่โน่นควรทำอะไร ยังไงบ้าง หรืออะไร ควรทำไม่ควรทำ แล้วก็อาหารการกิน

 

Q: พอไปถึงไต้หวันเป็นยังไงบ้าง บรรยากาศแตกต่างจากไทยมากมั้ย

A: ก็ไ่ม่ได้มากนะคะ ไต้หวันเนี่ยอากาศไม่ว่าตอนเช้าหรือกลางคืนอากาศก็จะเย็นสบาย แตกต่างจากไทยนิดหน่อยที่เย็นนิดนึงแล้วก็ร้อนไปเลย

 

Q: เราเรียนภาษาจีนอยู่แล้ว แล้วพอมาเรียนที่แคมป์ มีความแตกต่างกันหรือเปล่า แล้วแตกต่างยังไง

A: เค้าสอนดีนะคะ แตกต่างจากในห้องเรียน ถ้าเราเรียนในห้องก็จะรู้แต่ความรู้ที่ใช้แต่ในห้องเรียน เราไม่ค่อยได้ทำแบบฝึกหัด ไม่ค่อยได้สนทนาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ที่เรียนก็จะพูดตามแบบฝึกหัด แต่มาเรียนที่นี่เค้าก็สอนอีกแบบนึง เกี่ยวกับภาษาคำศัพท์ คำนึงอาจจะมีหลายความหมาย ไม่ได้มีความหมายอย่างเดียวก็ได้

 

 

Q: เราได้อะไรจากการเรียนภาษาจีนในแคมป์นี้บ้าง ชอบอะไรเป็นพิเศษ

A: หนูชอบที่ได้ฝึกคุย สื่อสารกับเหล่าซือ อาจจะพูดผิดๆถูกๆบ้าง แต่ก็ได้สื่อสาร แล้วเค้าก็จะคอยบอก คอยสอน

 

Q: นอกจากเรียนภาษาแล้ว เราได้เรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนด้วย ได้ทำอะไรบ้าง ชอบอะไรเป็นพิเศษ เล่าให้ฟังหน่อย

A: อย่างวันแรกก็จะเรียนเกี่ยวกับวาดรูป แต่คือวาดใส่พัด แล้วก็มีเรียนกังฟู แล้วก็วาดหน้ากาก ส่วนตัวแล้วหนูชอบวาดหน้ากาก รองมาก็เป็นกังฟู อย่างกังฟู เราอยู่ไทย ไม่ค่อยได้ยืดเส้นยืดสายแบบหมุนเวียนอะไรอย่างนี้ แต่พอไปอยู่ไต้หวันเราได้ยืดเส้นยืดสาย เราได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วก็รู้สึกว่าภูมิใจ มาที่นี่แล้วเราทำได้

 

 

Q: นอกจากในห้องเรียน เราได้ไปเที่ยวหลายๆที่ในไต้หวัน ไปที่ไหนมาบ้าง

A: ที่ประทับใจมากที่สุดเป็นซีเหมินติงค่ะ ได้ไปที่อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็คค่ะ ตึกไทเป101 ที่จะเปลี่ยนสีตามวัน (ประทับใจที่ไหนที่สุด) ก็จะเป็นซีเหมินติง เป็นตลาดที่มีของเยอะดี (เราได้ซื้ออะไรกลับบ้านมาบ้าง) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อ ซื้อแต่ของกิน (ของกินที่นั่นอร่อยใช่มั้ย) ใช่ค่ะ วัน แรกไปซื้อถังหูลู่มากินไม้นึงแล้ววันกลับก็กินไปอีกสองไม้

 

Q: เราชอบอาหารอะไรมากที่สุด

A: หนูก็ไม่แน่ใจ เพราะหนูกินได้หลายอย่าง หนูสามารถทานได้เรื่อยๆ ถ้าเป็นอาหารหนูกินได้ตลอดไม่ใช่เป็นคนเลือกกิน

 

Q: สตาฟกับเพื่อนร่วมแคมป์เป็นยังไงบ้าง

A: ก็ดีค่ะ ดีมากๆ เพื่อนร่วมแคมป์บางคนที่เรารู้จักแต่ในโรงเรียน ไม่ได้สนิท แต่พอมาร่วมแคมป์เหมือนได้กระชับความสัมพันธ์ ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น แล้วก็มีเพื่อนใหม่ พี่ๆสตาฟก็คอยดูแล คอยแนะนำ ว่าเวลาไปสถานที่นี้ จะแนะนำว่าจุดเด่นของแต่ละที่เป็นยังไง ทำไมถึงพามา แล้วเค้าก็คอยช่วยเหลือเรา เวลาเรามีปัญหาที่เราแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ ปรึกษาเค้าได้ค่ะ

 

Q: ไปอยู่ไต้หวันสองอาทิตย์ มีคิดถึงบ้านบ้างมั้ย หรือมีเรื่องกังวลอะไรหรือเปล่าระหว่างที่อยู่ไต้หวัน

A: ก็มีบ้าง ก็คิดถึงบ้าน คิดถึงอาหารไทย เพราะไต้หวันอาหารเน้นผักแล้วก็เค้าไม่กินเผ็ด อย่างไทยอาหารรสจัด โดยส่วนตัวหนูชอบอาหารรสจัดก็จะมีบ้างที่คิดถึงอาหารไทยที่บ้านอย่างนี้อะค่ะ เป็นครั้งแรกที่ไปอยู่ไต้หวันก็มีคิดถึงบ้านบ้าง

 

Q: เราใช้เวลาปรับตัวนานมั้ย

A: ก็ถือว่าไม่นานนะคะ พอไปแล้วก็เรียนรู้ทีละนิด แล้วก็ปรับตัวไปได้เองอัตโนมัติค่ะ

 

Q:จบแคมป์แล้วเราได้อะไรจากแคมป์ครั้งนี้บ้าง เราประทับใจอะไรในแคมป์ครั้งนี้ สิ่งที่เราได้เอาไปปรับใช้กับการเรียนและชีวิตประจำวันยังไงบ้าง

A: ก็อย่างในการเรียนที่ไต้หวัน เหล่าซือจะถาม ในตอนแรกหนูก็ยังไ่ม่เข้าใจ ว่าหมายถึงอะไร หนูก็ไปถามเค้า เค้าก็อธิบายความหมายให้ ถ้าในห้องเรียนจะไม่เคยใช้คำ(ที่เหล่าซือพูด) พอไปอยู่นั่นก็ได้รู้อีกคำ พอกลับมาไทย ก็ลองพูดให้เหล่าซือที่สอนที่ไทยให้ฟัง เค้าก็จะตกใจว่ารู้คำนี้ได้ยังไง ได้คำศัพท์กลับมาเยอะอยู่ พวกคำถาม หรือการใช้ในชีวิตประจำวัน

 

 

Q: เรามีความมั่นใจกับภาษาจีนของเรามากขึ้นมั้ย

A: ก็มั่นใจมากขึ้น เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าถามเท่าไหร่ เพราะกลัวพูดผิด แต่พอไปอยู่ที่โน่น พอได้ลองฝึก อย่างน้อยถ้าเราพูดผิด เค้าก็รู้ว่าเราพยายามที่จะสื่อสารกับเค้า (เราได้ใช้ภาษาจีนตอนไหนบ้าง) ที่ไต้หวันใช้ตอนที่ซื้อของ ถามว่าอาหารชนิดนี้มันคืออะไร พอกลับมาไทยก็ได้คุยกับเหล่าซือที่เป็นคนจีน ช่วงแรกๆเหล่าซือถามว่าไปเที่ยวไต้หวันเป็นยังไง หนูก็ภาษาจีนยังไม่ค่อยแข็งแรง หนูก็ตอบไปว่า มันสนุกมาก (ภาษาจีน) ตอบได้แค่นี้เพราะหนูไม่รู้ว่าจะตอบยังไง แต่มันสนุกมากจริงๆ

 

Q: ถ้ามีโอกาสอยากจะเข้าร่วมแคมป์อีกมั้ย 

A: ถ้ามีโอกาสก็อยากไปค่ะ เพราะรู้สึกว่าเป็นแคมป์ที่ดี มันมีประโยชน์ต่อทุกคน ได้ทั้งภาษา ได้ทั้งวิธีการเรียนรู้ การใช้ชีวิตที่นู่นด้วยตัวเองแบบไม่มีพ่อแม่ การพึ่งพาตัวเองโดยไม่มีผู้ปกครอง เป็นสิ่งที่ดีอย่างนึงที่เรา มาฝึกได้ด้วยตัวเอง (อยากไปที่ไหน) อยากไปที่ไหนเหรอ หางโจวก็อยากไป ยังไม่เคยไปเพราะว่าการไปไต้หวันเป็นครั้งแรกของหนู

 

 

เรียกได้ว่าแคมป์ครั้งแรกของน้องบัวเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆในทุกด้านที่แคมป์ภาษาจีนอยากที่จะให้เด็กๆได้รับ ทั้งการใช้ชีวิตด้วยตัวเองในต่างประเทศ การผูกสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และที่สำคัญคือได้ความรู้ด้านภาษาจีนมาปรับใช้ในการเรียนที่โรงเรียนของตัวเองด้วย เพราะฉะนั้น การออกไปหาประสบการณ์นอกห้องเรียนเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเด็กๆ ให้เค้าได้ไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ