Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

 

 

ปัจจุบันเรารับสื่อบันเทิงจากต่างประเทศมาหลากหลายมาก ยิ่งความบันเทิงจากในเอเชีย อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือกระแสของไอดอลจากต่างๆ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน (อาจจะมีไต้หวันมามีกระแสอยู่ช่วงระยะหนึ่ง) ลองไปถามเด็กๆในตอนนี้ ต้องมีสักคนล่ะที่ต้องมีไอดอลที่ตัวเองชอบอยู่สักวงแน่ๆ เรื่องราวที่จะเล่ามันเริ่มต้นจากเกาหลีใต้ค่ะ อย่างที่รู้กันว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ส่งออกวัฒนธรรมและสื่อบันเทิงไปทั่วโลก ไอดอลเกาหลีเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆหลายคน หลายคนตามรอยไปท่องเที่ยว ไปเรียนภาษาเกาหลี และบางคนก็มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ อยากจะไปยืนอยู่จุดนั้นบ้างอย่างไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ

คนที่เราจะพูดถึงคือ เตนล์ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล เป็นหนึ่งในเด็กไทยที่มีความฝันที่อยากจะเป็นไอดอล เตนล์ผ่านการออดิชั่นของ SM Entertainment หนึ่งในสามค่ายใหญ่ของเกาหลีใต้ในปี 2013 และได้เดบิวต์ในนามของ NCT ในปี2016 และในปลายปี 2018 เตนล์เปิดตัวกับ Way V ซึ่งจะเป็นบอยแบนด์จีน ทำเพลงภาษาจีน และทำงานในประเทศจีน

         

การที่จะเป็นไอดอลเรื่องการร้อง เต้น การเอนเตอร์เทนต่างๆที่จะต้องฝึกฝนอย่างหนักแล้ว สำหรับคนไทยอย่างเตนล์ การจะไปทำงานต่างประเทศ ใครๆก็รู้ว่าต้องพูดภาษาของประเทศนั้นๆให้ได้ นอกจากภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ที่เตนล์พูดได้ ก็ต้องเรียนภาษาจีนด้วย

เป็นเรื่องท้าทายทีเดียวสำหรับการเรียนภาษาใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน SM Entertainment เคยส่งวงดงบังชินกิไปเดบิวต์ที่ญี่ปุ่น สมาชิกทุกคน(อายุ 18-20 ปี ในตอนนั้น) ก็ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นกันอย่างเข้มข้น ซึ่งผลที่ได้ก็คือ สมาชิกทุกคนในวงสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องใช้ล่ามช่วยในการสื่อสารเลย และไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการทำงานกับทีมงานชาวญี่ปุ่น ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่า ถ้าพังกำแพงทางภาษาไปได้การทำงานทุกอย่างมันก็จะคล่องตัว ไม่ใช่แค่อาชีพไอดอล อาชีพอื่นๆก็เช่นกัน ถ้ามีการติดต่อต่อกับต่างชาติ เมื่อรู้ภาษา สื่อสารได้ดี ก็เหมือนกับได้กำจัดอุปสรรคไปแล้วหลายอย่าง นอกจากการสื่อสาร การรู้ภาษาอาจจะนำพาเราไปสู่องค์ความรู้ใหม่ๆเพื่อต่อยอดไปได้อีก

กลับมาที่การเรียนภาษาจีนของเตนล์ ปัจจุบันภาษาจีนของเตนล์นั้นสื่อสารกับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่ใช้เวลาเรียนรู้ไม่นาน แฟนๆชาวจีนจำนวนมากชื่นชมในการใช้ภาษาจีนของเตนล์ รวมไปถึงเพื่อนสมาชิกด้วย หลายครั้งในการสัมภาษณ์ก็มักจะมีการถามถึงเทคนิคการเรียนภาษาจีนของเตนล์

สัมภาษณ์จาก The g 

Q : สิ่งสำคัญที่สุดของการเรียนภาษาจีนคืออะไร

A : ต้องทบทวนทุกวัน หลังจากนั้นก็สังเกตการออกเสียงอย่างละเอียด คอยฟังว่าพวกเขาใช้คำศัพท์นี้กันยังไง

สัมภาษณ์จาก MOOV

Q : เคล็ดลับในการเรียนภาษาจีนได้เร็วคืออะไร

A : ผมคิดว่าเวลาคุณมีเวลาว่าง คุณต้องพยายามเรียนภาษาจีน แต่ว่าเมมเบอร์ช่วยผมเยอะเลย เวลาเมมเบอร์ว่างก็จะมาห้องผม ‘เตนเกอ วันนี้ทดสอบศัพท์จีนของพี่กันหน่อย’ ดังนั้นในทุกๆวัน ผมก็จะก้าวไปอีกระดับนึงน่ะครับ

(@sshacheong แปล)

เราสังเกตได้ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เตนล์สามารถพัฒนาทักษะภาษาจีนของตัวเองไปได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้

ต้องขยันทบทวน อย่างที่ให้สัมภาษณ์ไปข้างต้นว่าทบทวนภาษาจีนอยู่เสมอ เตนล์มักจะอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มทักษะภาษาจีนของตัวเอง มีหลายครั้งที่แฟนคลับสังเกตเห็นว่าเตนล์มักจะพกหนังสือเรียนภาษาของตัวเองไปไหนมาไหนด้วย ทำให้เห็นว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ขยันทบทวนเสมอ จากภาพเตนล์เรียนภาษาจีนโดยหนังสือที่ไม่มีตัวพินอิน อ่านเป็นตัวหนังสือภาษาจีน และพยายามอ่านให้สมาชิกในวงฟังด้วย

(ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=9m_Z5evDnBA )

● อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาจีน เพราะสมาชิกในวงเป็นคนจีนทั้งหมด ใช้ภาษาจีนเป็นหลักในการสื่อสาร ทั้งการใช้ชีวิตแล้วก็การทำงานก็ต้องใช้ภาษาจีน เพราะฉะนั้นจะหลีกเลี่ยงที่จะใช้ภาษาจีนไม่ได้เลย อีกทั้งเพื่อนๆยังคอยช่วยเหลือในการเรียนภาษาจีนด้วย จุดนี้ก็เป็นอีกตัวเร่งทำให้เรียนรู้ภาษาจีนได้เร็ว

เพื่อนสมาชิกในวงมีทั้งคนจีนจากแผ่นดินใหญ่(ฝูเจี้ยน เจ้อเจียง กวางตุ้ง) ไต้หวัน มาเก๊า ฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีเพื่อร่วมงานในค่าย ที่เป็นคนจีนมาจากเซี่ยงไฮ้และจี๋หลิน ใช้ภาษาจีนต่างสำเนียงกัน รวมทั้งภาษาจีนกวางตุ้ง แต่ก็สามารถสื่อสารกันได้ผ่านภาษาจีนกลาง

(ภาพจาก : https://twitter.com/WayV_official/status/1144572681041276928/photo/1)

● ถามเมื่อสงสัย และแก้ไขเมื่อผิด เตนล์ไม่ปล่อยให้คำศัพท์ที่ตัวเองไม่รู้หลุดรอดไปได้ หลายครั้งที่กำลังคุยกับใครสักคน เมื่อสงสัยว่าคำนี้ในภาษาจีนพูดว่ายังไง หรือเวลานึกคำศัพท์ไม่ออกก็จะถามเป็นภาษาอังกฤษ และเพื่อนก็จะช่วยแปล ช่วยบอก และออกเสียงให้ฟังเป็นตัวอย่าง ทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ คำไหนออกเสียงไม่ถูกก็จะพยายามพูดให้ถูกจนได้ ดังนั้นถ้าอยากเรียนรู้ไปได้เร็วๆอย่าเก็บความสงสัยไว้ ต้องถามผู้รู้ เมื่อรู้แล้วก็แก้ไขเพื่อที่จะพัฒนาต่อไป

(ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=mTV8coQghK8)

● พยายามใช้ภาษาจีนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพูดภาษาจีนที่เตนล์ใช้สื่อสารกับเพื่อนตลอดเวลา การเขียนก็เช่นกัน เตนล์ใช้ภาษาจีนสื่อสารกับแฟนๆผ่าน Weibo และ ทวิตเตอร์เสมอ มีครั้งหนึ่งในรายการที่เตนล์จะต้องทักทายแฟนๆผ่านแชท พิธีกรบอกให้ใช้ภาษาอังกฤษก็ได้ถ้าพิมพ์ภาษาจีนไม่ถนัด แต่เตนล์ปฏิเสธและพยายามพิมพ์ภาษาจีนทักทายแฟนๆแม้ว่าจะพิมพ์ช้าก็ตาม ถือว่าเป็นการฝึกภาษาจีนและได้มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆไปในตัว

ความาสามารถด้านภาษาที่พูดได้ถึง 4 ภาษา ความสามารถที่สื่อสารได้โดยตรงกับแฟนๆได้ตรงนี้มันทำให้เข้าไปจับใจของแฟนๆได้ง่ายดาย ความรู้ภาษาหลายภาษาเปิดโอกาสให้ทำงานได้หลากหลาย นอกจากงานเพลงที่ใช้ภาษาจีน เตนล์ได้เป็นพิธีกรรายการแข่งขันทำอาหาร ใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ ภาษาเกาหลีในการดำเนินรายการ

เตนล์ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในแง่ของความพยายามไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนเรื่องร้อง เรื่องเต้น จนเป็นที่ยอมรับของแฟนๆ หรือแม้แต่ในหมู่ศิลปินด้วยกันเอง รวมไปถึงความสามารถทางภาษา ที่ลืมไม่ได้คือ ครอบครัวของเตนล์ ที่เป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มที่

นอกจากเตนล์ที่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงของจีนแล้ว ยังมีคนไทยอีกสองคนที่น่าสนใจก็คือ ซันนี่ และ มิมี่ ที่เป็นผู้เข้าแข่งขันรายการ Produce 101 ของจีน เพื่อค้นหาสมาชิก 11 คน เพื่อที่จะมาเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งทั้งสองคนได้รับเลือกให้เป็น 2 ใน 11 คน และเดบิวต์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ชื่อ Rocket girls นอกจากความสามารถเรื่องร้องเต้น บุคลิคที่น่าดึงดูด ทั้งสองคนสามารถพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว การสื่อสารก็เลยไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่จะเอาชนะใจแฟนๆชาวจีนได้

           

ทั้งหมดทั้งมวลเราหวังว่าสิ่งที่เล่าออกมาจะเป็นแรงบันดาลใจหรือนำไปปรับใช้กับตัวเองได้ การที่ยกไอดอลกับการเรียนภาษามา หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ใช่ทุกคนที่อยากเป็นไอดอลซะหน่อย แต่อยากให้เห็นว่าความสามารถทางภาษานั้นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่างานอะไรก็มีโอกาสที่จะต้องเรียนรู้ภาษาทั้งนั้น รู้มาก ก็มีโอกาสมาก และถ้าอยากเรียนรู้ มีความพยายาม ครอบครัวสนับสนุนแล้ว ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลค่ะ